ในห้วงเวลาแห่งการอำลา การจากไปของบุคคลอันเป็นที่รักย่อมเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและอาลัย ท่ามกลางสีสันและกลิ่นอายของพวงหรีด ดอกไม้สดนานาพันธุ์ที่ส่งมอบความอาลัย ยังมีดอกไม้อีกชนิดหนึ่งที่แฝงไปด้วยปรัชญาลึกซึ้งแห่งการเกิด แก่ เจ็บ ตาย และความไม่เที่ยงของสรรพสิ่ง นั่นคือ “ดอกไม้เมรุ” ดอกไม้ประดิษฐ์จากกระดาษหรือวัสดุธรรมชาติที่ใช้ในพิธีศพตามความเชื่อพุทธศาสนา เพื่อเป็นเครื่องบูชาและเป็นสัญลักษณ์อันงดงามแห่งการปล่อยวาง ดอกไม้เมรุ ไม่ได้เป็นเพียงงานประดิษฐ์เพื่อประดับประดา แต่คือผลงานศิลปะที่สอดแทรกคติธรรมและความหมายทางพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง ชื่อ “เมรุ” นั้น หมายถึง เขาพระสุเมรุ ซึ่งในคติพุทธและคติฮินดูถือเป็นศูนย์กลางของจักรวาล เป็นที่สถิตของเทวดาและเป็นแกนของโลก การใช้ชื่อนี้กับดอกไม้สำหรับงานศพ จึงเปรียบเสมือนการส่งดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับให้ไปสู่สรวงสวรรค์ หรือสู่ภพภูมิที่ดี ไปยังจุดศูนย์กลางอันสูงส่งของชีวิตหลังความตาย วัสดุและรูปแบบของการทำดอกไม้เมรุมีความหลากหลาย แต่โดยแก่นแท้แล้วมักทำจากวัสดุที่ย่อยสลายได้ง่ายและไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ ตามหลักการแห่งความไม่เที่ยงและความไม่ยึดติด เริ่มจากกระดาษสา กระดาษว่าว หรือใบตอง ซึ่งล้วนเป็นวัสดุจากธรรมชาติ สามารถกลับคืนสู่ดินได้ในเวลาอันรวดเร็ว ลวดลายและสีสันอาจวิจิตรบรรจงด้วยการย้อมสีจากธรรมชาติ หรืออาจเรียบง่ายขาว-ดำ-ทอง อันเป็นสีแห่งความบริสุทธิ์ การไว้อาลัย และความสว่างไสว …
